[บทความ] รวมคู่รักจากเรื่อง Friendship is Magic
ในฐานะวาเลนไทน์/Hearts and Hooves Day ทั้งที จะไม่พูดเรื่องความรักก็กะไรอยู่ สำหรับ Friendship is Magic นั้น ถึงจะเป็นการ์ตูนเด็กๆแต่ก็มีความรักมาแทรกด้วยให้แฟนๆช่วยกันจิ้น (ทั้ง Canon และ Fanon) ดังนั้นก็เลยอยากจะเขียนกันหน่อยว่าเรื่องนี้มีคู่รักคู่ไหนที่เด่นๆกันบ้าง
สำหรับบทความนี้จะไม่นับตัวละครที่รักกันอยู่แล้ว เช่น ครอบครัว Cake หรือ พ่อแม่ของตัวละครต่างๆ เพราะผมอยากจะพูดถึงการพัฒนาความรักของคู่รักว่าเป็นยังไงบ้าง พวกความรักตอนเดียวและความรักพี่น้องแม่ลูกเพื่อนพ้องก็ไม่ขอนับ
[จัดอันดับ] 5 อันดับบทเรียนยอดเยี่ยมจากเรื่อง Friendship is Magic
ไหนๆวันครูแล้วนั้นก็นึกขึ้นได้ว่า Friendship is Magic เป็นการ์ตูนที่มีบทเรียนสอนเด็กๆนี่นา แน่นอนว่าบทเรียนก็มีทั้งที่ดี ที่ไม่ดี ที่ใช้ซ้ำๆซากๆ และที่...ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แต่ที่ต้องยอมรับคือ FiM มีบทเรียนที่สามารถนำมาปรับใช้กับชีวิตประจำได้หลายอันมาก ดังนั้นแล้วผมเลยจะจัดอันดับบทเรียนประจำตอน 5 อันดับที่ผมคิดว่ายอดเยี่ยมที่สุดซีซันละ 1 เรื่อง รวมกับภาคคอมมิคด้วย
ในการจัดอันดับนี้ผมจะนับจากทั้งบทเรียนและเนื้อหา ผสมกัน แต่นี่ไม่ใช่การจัดอันดับตอน ดังนั้นไม่ได้หมายความว่ามันจะเป็นตอนที่ดีที่สุด ผมตัดสินตอนเหล่านี้จากบทเรียนก่อนแล้วตามด้วยเนื้อหา การจัดอันดับนี้เป็นความเห็นส่วนตัว ดังนั้นหากคุณไม่เห็นด้วย คอมเมนท์มาพูดคุยกันได้
[จัดอันดับ] 5 ตรรกะงี่เง่าจากเรื่อง Friendship is Magic
สิ้นปีกันแล้ว ก็เป็นธรรมดาที่จะต้องมีธรรมเนียมจัดอันดับประจำปีซึ่งเป็นกันทุกที่ และปีนี้ผมจะขอประเดิมเสียหน่อย
อย่างที่ผมเคยพูดไว้ครั้งหนึ่งว่าสำหรับ Friendship is Magic น่ะ ถ้าจะให้ตั้งหัวข้อ เช่น ตัวละครที่ชอบ ตอนที่ชอบ มันง่ายไปหน่อย เพราะมันมีเยอะมาก ผมเลยอยากจะแหวกแนวเอาด้านลบมาพูดกันบ้าง ซึ่งผมเคยทำไปแล้วครั้งหนึ่งในหัวข้อ "ตอนในซีซัน 4 ที่ผมคิดว่างี่เง่า" ดังนั้นสำหรับสัปดาห์นี้ ผมจะขอแหวกแนวอีกครั้งกับหัวข้อ 5 อันดับตรรกะงี่เง่าจากเรื่อง Friendship is Magic ซึ่งเรียงจากงี่เง่าเฉยๆ ไปจนถึงโคตรงี่เง่าสุดๆ
ก่อนอื่นเข้าใจคำว่า ตรรกะงี่เง่าก่อน คำว่าตรรกะงี่เง่าหมายถึงความคิดและการกระทำของตัวละครที่ตอบสนองต่อ สถานการณ์หนึ่งที่มันขัดต่อ common sense ของมนุษย์ปกติชนทั่วๆไป เช่น เพื่อนทำผิดแต่เพราะเขาเป็นเพื่อนฉันเลยไม่ผิดแบบนี้มากกว่า
การจัดอันดับนี้คือมาตรฐานของผมเป็นหลัก คุณอาจจะเห็นต่างหรือไม่เห็นด้วยก็ได้ ซึ่งผมไม่ว่าอะไร แสดงความเห็นกันได้ครับ
ดังนั้นแล้วไม่รอช้า มาเริ่มต้นกันได้ครับ
เหตุผลที่ผมชอบสั่งสินค้าต่างประเทศเอง
วันนี้บังเอิญได้เจอเรื่องดีๆเลยขอเขียนหน่อย
ผมเป็นคนชอบซื้อสินค้าโดยตรงจากต่างประเทศบ่อยครั้ง ซึ่งเว็บที่ใช้ประจำก็คือ Amazon และ ebay ซึ่งถึงแม้สินค้านั้นๆจะมีขายที่บ้านเราก็ตาม เช่น หนังสือ ซึ่งสั่งที่คิโนะฯเอาก็ได้ ถึงแม้ว่าบางทีซื้อจากร้านที่ partner กันโดยตรงมันจะถูกกว่าและเร็วกว่าก็ตาม
ล่าสุดก็ Blu-ray เรื่อง Equestria Girls: Rainbow Rocks ซึ่งรู้มาว่าหลายคนที่สั่งจากเว็บขายแผ่นหนังอย่าง Boomerang ได้แผ่นก่อนที่อเมริกาวางขาย ผมซึ่งสั่ง Amazon ซึ่งได้ราคาถูกกว่า Boomerang (เพราะ Amazon มีลดราคาอะไรพวกนี้ด้วย) แต่กว่าจะส่งก็ปาเข้าไปวันที่ 30 ตุลา (แผ่นออกวันที่ 27) และรออาทิตย์กว่าๆก็มาถึงบ้านแล้ว
เมื่อผมแกะดูพบว่าแผ่น DVD มีคราบน้ำและหยดน้ำอยู่บนตัวแผ่นและด้านหลัง (ซึ่งไม่ใช่ผมแน่ เพราะผมไม่ได้หยิบแผ่น DVD ออกมาเลย)
จริงอยู่ว่าผมซื้อแผ่นนี้มาเพราะต้องการ Blu-ray ไม่ได้สนใจ DVD เลย แต่เห็นว่ามันมีตำหนิแบบนี้ไม่ดีแน่ ก็เลยติดต่อ customer support เพื่อขอเปลี่ยนแผ่นใหม่ทันที
เพียง 20 นาทีกว่าๆ customer support ติดต่อกลับ แจ้งว่าหาสินค้ามาเปลี่ยนให้ไม่ได้เพราะของหมด เลยทำเรื่องคืนเงินให้เต็มจำนวนโดยไม่ต้องส่งแผ่นคืน
เนื่องจากว่าผมสั่งแผ่นนี้มาเพราะต้องการ Blu-ray แค่นั้น ซึ่งก็เท่ากับว่าผมได้แผ่น Blu-ray มาดูฟรีๆ (แต่ไม่เชิงฟรีหรอกเพราะเรทแปลงมันไม่เท่ากัน ผมน่าจะได้เงินน้อยกว่าที่จ่ายไป)
แต่แน่นอนว่าการสั่งของต่างประเทศเองแบบนี้มีความเสี่ยงเหมือนกัน ทั้งเรื่องภาษีและของหายกลางทาง ถ้าใครไม่กล้าหรือไม่ชัวร์ สั่งกับพวก partner จะดีกว่านะ
ปล.หนังสือเองก็ไม่ชอบที่คิโนะฯแปะสติ๊กเกอร์ราคาเท่าไหร่
ผมเป็นคนชอบซื้อสินค้าโดยตรงจากต่างประเทศบ่อยครั้ง ซึ่งเว็บที่ใช้ประจำก็คือ Amazon และ ebay ซึ่งถึงแม้สินค้านั้นๆจะมีขายที่บ้านเราก็ตาม เช่น หนังสือ ซึ่งสั่งที่คิโนะฯเอาก็ได้ ถึงแม้ว่าบางทีซื้อจากร้านที่ partner กันโดยตรงมันจะถูกกว่าและเร็วกว่าก็ตาม
ล่าสุดก็ Blu-ray เรื่อง Equestria Girls: Rainbow Rocks ซึ่งรู้มาว่าหลายคนที่สั่งจากเว็บขายแผ่นหนังอย่าง Boomerang ได้แผ่นก่อนที่อเมริกาวางขาย ผมซึ่งสั่ง Amazon ซึ่งได้ราคาถูกกว่า Boomerang (เพราะ Amazon มีลดราคาอะไรพวกนี้ด้วย) แต่กว่าจะส่งก็ปาเข้าไปวันที่ 30 ตุลา (แผ่นออกวันที่ 27) และรออาทิตย์กว่าๆก็มาถึงบ้านแล้ว
เมื่อผมแกะดูพบว่าแผ่น DVD มีคราบน้ำและหยดน้ำอยู่บนตัวแผ่นและด้านหลัง (ซึ่งไม่ใช่ผมแน่ เพราะผมไม่ได้หยิบแผ่น DVD ออกมาเลย)
(สังเกตคราบน้ำเป็นวงกลม)
จริงอยู่ว่าผมซื้อแผ่นนี้มาเพราะต้องการ Blu-ray ไม่ได้สนใจ DVD เลย แต่เห็นว่ามันมีตำหนิแบบนี้ไม่ดีแน่ ก็เลยติดต่อ customer support เพื่อขอเปลี่ยนแผ่นใหม่ทันที
เพียง 20 นาทีกว่าๆ customer support ติดต่อกลับ แจ้งว่าหาสินค้ามาเปลี่ยนให้ไม่ได้เพราะของหมด เลยทำเรื่องคืนเงินให้เต็มจำนวนโดยไม่ต้องส่งแผ่นคืน
เนื่องจากว่าผมสั่งแผ่นนี้มาเพราะต้องการ Blu-ray แค่นั้น ซึ่งก็เท่ากับว่าผมได้แผ่น Blu-ray มาดูฟรีๆ (แต่ไม่เชิงฟรีหรอกเพราะเรทแปลงมันไม่เท่ากัน ผมน่าจะได้เงินน้อยกว่าที่จ่ายไป)
แต่แน่นอนว่าการสั่งของต่างประเทศเองแบบนี้มีความเสี่ยงเหมือนกัน ทั้งเรื่องภาษีและของหายกลางทาง ถ้าใครไม่กล้าหรือไม่ชัวร์ สั่งกับพวก partner จะดีกว่านะ
ปล.หนังสือเองก็ไม่ชอบที่คิโนะฯแปะสติ๊กเกอร์ราคาเท่าไหร่
First Impression: Sonic Boom - การ์ตูนซีรี่ส์เรื่องล่าสุดของโซนิค เม่นสายฟ้า
ยอมรับว่าตื่นเต้นในช่วงแรกๆที่ได้ทราบข่าวซีรี่ส์เกม Sonic จะได้กลายเป็นทีวีซีรีส์อีกครั้ง หลังจากหายไปหลายปี (ล่าสุดก็ Sonic X) ก็สารภาพเลยว่าผมเป็นแฟนซีรี่ส์เกมนี้ และก็ค่อนข้างหวังไว้สูงเหมือนกัน
ความรู้สึกเวลาดูของเล่น Littlest Pet Shop
เนื่องจากว่าผมเป็นผู้ชาย
ดังนั้นจึงไม่ใช่แฟนของเรื่องพวกนี้จากของเล่น แต่เริ่มจากได้ดูการ์ตูนก่อน
แล้วก็เลยสนใจอยากจะซื้อของเล่นขึ้นมา
ซึ่งเวลาไปด้อมๆมองๆของเล่น My Little Pony มันจะรู้สึกแบบนี้
แต่พอมาดู Littlest Pet Shop
นั่นสิ พวกเอ็งเป็นใครฟะ?
Subscribe to:
Posts (Atom)








